<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>เน็ตหลุดบ่อย &#8211; TrueOnline รับติดตั้งเน็ตบ้านทรู ออนไลน์</title>
	<atom:link href="https://www.trueonline.in.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.trueonline.in.th</link>
	<description>โปรเน็ตบ้านทรู รับติดตั้งเน็ตบ้าน ทรูออนไลน์ ทั่วประเทศ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jan 2026 08:28:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.1</generator>

<image>
	<url>https://www.trueonline.in.th/wp-content/uploads/2025/07/cropped-pronet_trueonline.in_.th_-32x32.png</url>
	<title>เน็ตหลุดบ่อย &#8211; TrueOnline รับติดตั้งเน็ตบ้านทรู ออนไลน์</title>
	<link>https://www.trueonline.in.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีเช็กปัญหาเน็ตบ้านทรู หลุดบ่อย แก้เองเบื้องต้น</title>
		<link>https://www.trueonline.in.th/how-to-check-and-fix-frequent-true-home-internet-disconnection/</link>
					<comments>https://www.trueonline.in.th/how-to-check-and-fix-frequent-true-home-internet-disconnection/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Jan 2026 08:20:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[หลังติดตั้งเน็ตบ้านทรู]]></category>
		<category><![CDATA[True Online]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งค่า Router]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาอินเทอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เน็ตหลุดบ่อย]]></category>
		<category><![CDATA[แก้เน็ตหลุด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.trueonline.in.th/?p=387</guid>

					<description><![CDATA[การใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้วพบปัญหาเน็ตหลุดบ่อยเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ก...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้วพบปัญหาเน็ตหลุดบ่อยเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ก่อนจะรีบโทรหาช่าง บทความนี้จะแนะนำวิธีเช็กปัญหาเน็ตบ้านทรูเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหลายครั้งสามารถแก้ปัญหาให้กลับมาใช้งานได้ปกติโดยไม่ต้องรอช่างเลยทีเดียว</p>
<div class="highlight-box">
<h3>สรุปเรื่องสำคัญสั้นๆ</h3>
<ul>
<li>การรีสตาร์ท Router เป็นวิธีแรกที่ง่ายและได้ผลที่สุดในการแก้ปัญหาเน็ตหลุดชั่วคราว</li>
<li>สังเกตไฟสถานะบน Router สามารถบอกสาเหตุของปัญหาได้ เช่น ไฟ LOS สีแดงหมายถึงปัญหาที่สายสัญญาณ</li>
<li>ตรวจสอบสาย LAN และสาย Fiber Optic ว่าเสียบแน่นดีหรือไม่ และไม่มีส่วนใดชำรุดเสียหาย</li>
<li>สัญญาณ WiFi อาจถูกรบกวนจากอุปกรณ์อื่นหรือมีจุดอับสัญญาณ ลองย้ายตำแหน่ง Router หรือเปลี่ยนช่องสัญญาณ</li>
<li>หากเชื่อมต่ออุปกรณ์มากเกินไป อาจทำให้ Router ทำงานหนักและตัดการเชื่อมต่อ ลองลดจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อพร้อมกัน</li>
</ul>
</div>
<h2>ทำความเข้าใจสาเหตุหลักที่ทำให้เน็ตหลุดบ่อย</h2>
<p>ก่อนจะลงมือแก้ไข การเข้าใจสาเหตุที่พบบ่อยจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ปัญหาเน็ตบ้าน True Online หลุดบ่อยมักเกิดจากปัจจัยหลากหลาย ตั้งแต่ปัญหาเล็กๆ ที่ตัวอุปกรณ์ของเรา ไปจนถึงปัญหาที่โครงข่ายของผู้ให้บริการ</p>
<p>สาเหตุยอดนิยม ได้แก่:</p>
<ul>
<li><strong>Router ทำงานหนักเกินไป:</strong> การเปิด Router ทิ้งไว้เป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมหรือหน่วยความจำเต็ม (Memory Leak) ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงและเกิดอาการแฮงค์ได้</li>
<li><strong>ปัญหาที่สายสัญญาณ:</strong> สาย LAN หรือสาย Fiber Optic อาจหลวม ชำรุด หรือถูกหักงอมากเกินไป ทำให้การส่งสัญญาณไม่เสถียร</li>
<li><strong>สัญญาณ WiFi ถูกรบกวน:</strong> คลื่นสัญญาณจาก Router ข้างบ้าน, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างไมโครเวฟ หรือแม้กระทั่งผนังหนาๆ ก็สามารถรบกวนและทำให้สัญญาณ WiFi อ่อนลงจนหลุดได้</li>
<li><strong>จำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่อมากเกินไป:</strong> Router หนึ่งตัวมีความสามารถในการจัดการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้จำกัด หากมีอุปกรณ์เชื่อมต่อพร้อมกันมากเกินไป อาจทำให้ Router ประมวลผลไม่ทันและตัดการเชื่อมต่อบางอุปกรณ์ออกไป</li>
<li><strong>ปัญหาจากผู้ให้บริการ (ISP):</strong> ในบางครั้ง ปัญหาอาจเกิดจากชุมสายหรือโครงข่ายหลักของ True Online เอง ซึ่งกรณีนี้เราจะไม่สามารถแก้ไขเองได้</li>
</ul>
<h2>ขั้นตอนที่ 1: เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการรีสตาร์ทอุปกรณ์</h2>
<p>วิธีที่คลาสสิกที่สุดและมักจะได้ผลเสมอคือ ‘ปิดแล้วเปิดใหม่’ หรือการรีสตาร์ท (Reboot) Router การทำเช่นนี้จะช่วยล้างค่าหน่วยความจำชั่วคราวที่อาจเกิดข้อผิดพลาดสะสม และเป็นการเริ่มต้นการเชื่อมต่อกับระบบของผู้ให้บริการใหม่ทั้งหมด</p>
<p>ขั้นตอนการรีสตาร์ทที่ถูกต้อง:</p>
<ol>
<li>ถอดปลั๊กไฟของ Router ออกจากเต้ารับ</li>
<li>รอประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้ประจุไฟฟ้าในวงจรคายออกจนหมด และอุปกรณ์ได้พักการทำงานจริงๆ</li>
<li>เสียบปลั๊กไฟกลับเข้าไปใหม่</li>
<li>รอให้ Router ทำการบูตระบบและเชื่อมต่อสัญญาณ ซึ่งอาจใช้เวลา 3-5 นาที สังเกตจากไฟสถานะต่างๆ ที่จะค่อยๆ ติดขึ้นมาจนครบและนิ่ง</li>
<li>ลองเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง</li>
</ol>
<p>นอกจาก Router แล้ว การรีสตาร์ทอุปกรณ์ที่คุณใช้งานอยู่ เช่น คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไปด้วย</p>
<h2>ขั้นตอนที่ 2: สังเกตไฟสถานะบน Router บอกอะไรเราได้บ้าง</h2>
<p>ไฟดวงเล็กๆ บน Router ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่มันคือตัวบ่งชี้สถานะการทำงานที่สำคัญ การทำความเข้าใจความหมายของไฟแต่ละดวงจะช่วยให้คุณวินิจฉัยปัญหาได้แม่นยำขึ้น โดยปกติแล้ว Router ของ True Online จะมีไฟหลักๆ ดังนี้</p>
<div class="highlight-box">
<h3>ความหมายของไฟสถานะบน Router</h3>
<ul>
<li><strong>Power:</strong> ไฟสถานะพลังงาน ควรติดค้างเป็นสีเขียว หากไม่ติดหรือเป็นสีอื่น แสดงว่าอาจมีปัญหาที่ตัว Router หรืออะแดปเตอร์จ่ายไฟ</li>
<li><strong>PON (Passive Optical Network):</strong> ไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟเบอร์ ควรติดค้างเป็นสีเขียว หากดับหรือกระพริบ แสดงว่า Router ไม่ได้รับสัญญาณจากต้นทาง</li>
<li><strong>LOS (Loss of Signal):</strong> ไฟดวงนี้สำคัญมาก ปกติจะต้องดับอยู่ หากติดเป็นสีแดง ไม่ว่าจะค้างหรือกระพริบ หมายความว่ามีปัญหากับสาย Fiber Optic ขาดในหรือสัญญาณจากชุมสายมาไม่ถึง กรณีนี้ต้องติดต่อช่างเท่านั้น</li>
<li><strong>Internet / @:</strong> ไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ควรติดค้างเป็นสีเขียว หากดับหรือเป็นสีแดง แสดงว่า Router เชื่อมต่อกับโครงข่ายได้ แต่ไม่ได้รับ IP Address หรือไม่สามารถออกอินเทอร์เน็ตได้</li>
<li><strong>2.4G / 5G (WiFi):</strong> ไฟแสดงสถานะสัญญาณ WiFi ควรจะกระพริบเป็นสีเขียว แสดงว่ากำลังปล่อยสัญญาณและมีการรับส่งข้อมูล หากดับแสดงว่าฟังก์ชัน WiFi ถูกปิดอยู่</li>
</ul>
</div>
<h2>ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบการเชื่อมต่อทางกายภาพและสายสัญญาณ</h2>
<p>บางครั้งปัญหาก็เป็นเรื่องง่ายๆ อย่างสายหลวม การตรวจสอบการเชื่อมต่อทางกายภาพทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ลองไล่เช็กสายทุกเส้นที่เชื่อมต่อกับ Router ของคุณ</p>
<ul>
<li><strong>สายไฟ (Power Adapter):</strong> ตรวจสอบว่าเสียบแน่นดีทั้งฝั่ง Router และเต้ารับบนผนัง</li>
<li><strong>สาย Fiber Optic (เส้นเล็กๆ สีเหลือง/เขียว):</strong> ตรวจสอบว่าเสียบเข้าที่พอร์ต PON/Optical จนสุดและตัวล็อกเข้าที่ดีแล้วหรือไม่ ลองขยับเบาๆ และสังเกตว่ามีรอยหักงอหรือรอยถูกทับจนแบนหรือไม่</li>
<li><strong>สาย LAN (ถ้ามี):</strong> หากคุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสาย LAN ให้ตรวจสอบว่าเสียบแน่นดีทั้งที่ Router และที่คอมพิวเตอร์ ลองสลับช่องเสียบ LAN บน Router หรือลองเปลี่ยนสายเส้นใหม่เพื่อทดสอบ</li>
</ul>
<h2>ขั้นตอนที่ 4: ปัญหาจากสัญญาณ WiFi และการรบกวน</h2>
<p>หากเน็ตหลุดเฉพาะตอนใช้งานผ่าน WiFi แต่เมื่อต่อสาย LAN แล้วใช้งานได้ปกติ ปัญหาก็น่าจะอยู่ที่ระบบ WiFi ของคุณเอง ซึ่งอาจเกิดจากการรบกวนของสัญญาณหรือตำแหน่งการวาง Router ที่ไม่เหมาะสม</p>
<p>สิ่งที่คุณสามารถทำได้คือ:</p>
<ul>
<li><strong>เปลี่ยนตำแหน่ง Router:</strong> ลองย้าย Router ไปวางในที่โล่ง กลางบ้าน และห่างจากสิ่งกีดขวาง เช่น ผนังคอนกรีตหนาๆ ตู้โลหะ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไมโครเวฟ</li>
<li><strong>สลับคลื่นความถี่:</strong> Router ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นแบบ Dual-Band คือปล่อยสัญญาณ 2.4 GHz และ 5 GHz ลองสลับไปเชื่อมต่อคลื่น 5 GHz ซึ่งมีการรบกวนน้อยกว่าและให้ความเร็วสูงกว่า แต่อาจมีระยะส่งที่สั้นกว่าคลื่น 2.4 GHz</li>
<li><strong>เปลี่ยนช่องสัญญาณ (Channel):</strong> สัญญาณ WiFi ในบริเวณบ้านคุณอาจจะหนาแน่นเกินไป การเปลี่ยนช่องสัญญาณอาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการเข้าไปที่หน้าตั้งค่า Router การเรียนรู้วิธีตั้งค่า Router ทรูจะช่วยให้คุณจัดการปัญหานี้ได้ดีขึ้น</li>
</ul>
<h2>ขั้นตอนที่ 5: จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมากเกินไปหรือไม่?</h2>
<p>ในยุคที่ทุกอย่างเป็น Smart Device ตั้งแต่ทีวี หลอดไฟ ไปจนถึงเครื่องปรับอากาศ จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ WiFi ในบ้านก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Router สำหรับใช้ในบ้านทั่วไปอาจรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันได้ 10-20 อุปกรณ์ แต่หากมีการใช้งานหนักๆ พร้อมกัน อาจทำให้ Router ทำงานหนักจนเกินไปและเริ่มตัดการเชื่อมต่อ</p>
<p>ลองทดสอบโดยการตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกชั่วคราว แล้วสังเกตว่าปัญหายังคงเกิดขึ้นหรือไม่ หากปัญหาหายไป อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องพิจารณาเลือกความเร็วเน็ตที่สูงขึ้น หรืออัปเกรด Router ให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม</p>
<h2>ขั้นตอนที่ 6: ลองเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เพื่อตัดปัญหา WiFi</h2>
<p>นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยว่าปัญหาเกิดจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลัก หรือเกิดจากระบบ WiFi ภายในบ้านของคุณเอง โดยการนำคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กมาเชื่อมต่อกับ Router โดยตรงผ่านสาย LAN</p>
<p>หากเชื่อมต่อด้วยสาย LAN แล้วอินเทอร์เน็ตมีความเสถียร ไม่หลุดเลย แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มาจาก True แต่เป็นปัญหาที่ระบบ WiFi ของคุณเอง ซึ่งอาจจะต้องแก้ไขตามขั้นตอนที่ 4 หรือพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณอย่าง Mesh WiFi เพิ่มเติม แต่ถ้าต่อสาย LAN แล้วยังหลุดเหมือนเดิม แสดงว่าปัญหาน่าจะมาจาก Router หรือสัญญาณจากผู้ให้บริการ</p>
<h2>เมื่อไหร่ที่ควรติดต่อช่างเทคนิคของ True Online</h2>
<p>หลังจากที่คุณได้ลองทำตามทุกขั้นตอนข้างต้นแล้ว แต่ปัญหายังคงอยู่ หรือพบเจอสถานการณ์บางอย่างที่แก้ไขเองไม่ได้ ก็ถึงเวลาที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล</p>
<p>สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณควรติดต่อ Call Center 1242 หรือแจ้งปัญหาผ่านแอป True iService คือ:</p>
<ul>
<li>ไฟ LOS บน Router ติดเป็นสีแดงค้างหรือกระพริบ</li>
<li>ได้ทำการรีสตาร์ทและตรวจสอบสายทุกอย่างแล้ว แต่ไฟ Internet หรือ PON ยังไม่ติด</li>
<li>พบความเสียหายทางกายภาพที่ชัดเจนบนสาย Fiber Optic ที่เดินสายนอกบ้าน</li>
<li>อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้เลยในทุกอุปกรณ์ แม้จะเชื่อมต่อผ่านสาย LAN แล้วก็ตาม</li>
<li>ปัญหาเน็ตหลุดบ่อยยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะลองแก้ไขเบื้องต้นทุกวิธีแล้ว</li>
</ul>
<p>โดยสรุปแล้ว ปัญหาเน็ตบ้านทรูหลุดบ่อยส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองผ่านการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตามขั้นตอนที่แนะนำ การสละเวลาเล็กน้อยเพื่อทำความเข้าใจและลองแก้ไขด้วยตัวเองไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณกลับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณเข้าใจระบบเครือข่ายภายในบ้านของคุณได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<div class="related-box">
<h3>เรื่องแนะนำเพิ่มเติม</h3>
<ul>
<li><a href="https://www.trueonline.in.th/truefiber-internet-iot-pro/" rel="noopener">เน็ตบ้านทรู แถมกล้อง + ประกัน ฟรี</a></li>
<li><a href="https://www.trueonline.in.th/truefiber-internet-convergence-pro/" rel="noopener">เน็ตบ้านทรู แถมซิมเน็ต + แอปดูหนัง ฟรี</a></li>
<li><a href="https://www.trueonline.in.th/fiber-internet-pro-standard-png/" rel="noopener">โปรเน็ตบ้านทรู เน้นเน็ต แรงอย่างเดียว</a></li>
<li><a href="https://www.trueonline.in.th/true-fiber-for-sme/" rel="noopener">เน็ตบ้านทรู นิติบุคคล (SME)</a></li>
</ul>
</div>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>ทำไมรีสตาร์ท Router แล้วเน็ตกลับมาใช้ได้?</h3>
<p>การรีสตาร์ทเป็นการเคลียร์หน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ของ Router ที่อาจมีข้อมูลผิดพลาดสะสมอยู่จากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และยังเป็นการบังคับให้ Router ขอเชื่อมต่อและรับข้อมูล IP Address จากระบบของผู้ให้บริการใหม่ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการเชื่อมต่อที่ค้างหรือไม่สมบูรณ์ได้</p>
<h3>ไฟ LOS สีแดงกระพริบที่ Router หมายความว่าอะไร?</h3>
<p>ไฟ LOS (Loss of Signal) สีแดง หมายถึง Router ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณแสงจากสาย Fiber Optic ได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากสายไฟเบอร์ขาด, หัวเชื่อมต่อมีปัญหา, หรือมีปัญหาที่อุปกรณ์ชุมสายของผู้ให้บริการ กรณีนี้ผู้ใช้ไม่สามารถแก้ไขเองได้ ต้องรีบติดต่อแจ้งช่างเทคนิคของ True โดยเร็วที่สุด</p>
<h3>เน็ตหลุดบ่อยเฉพาะตอนเล่นเกมหรือวิดีโอคอล เกิดจากอะไร?</h3>
<p>ปัญหานี้มักเกิดจากความไม่เสถียรของสัญญาณ (Ping Spikes หรือ Packet Loss) มากกว่าความเร็วอินเทอร์เน็ต สาเหตุอาจมาจากสัญญาณ WiFi ถูกรบกวน, มีคนในบ้านใช้เน็ตหนักพร้อมกัน, หรือปัญหาที่ตัว Router เอง ลองเปลี่ยนมาเชื่อมต่อผ่านสาย LAN จะช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรขึ้นมากสำหรับการใช้งานประเภทนี้</p>
<h3>การเปลี่ยนช่องสัญญาณ (Channel) WiFi ช่วยได้จริงไหม?</h3>
<p>ช่วยได้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเครือข่าย WiFi หนาแน่น เช่น คอนโดหรือทาวน์เฮาส์ Router ส่วนใหญ่มักถูกตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ช่องสัญญาณเดียวกัน การเปลี่ยนไปใช้ช่องสัญญาณที่ว่างกว่าจะช่วยลดการรบกวนและทำให้สัญญาณ WiFi เสถียรขึ้นได้</p>
<h3>ควรเปลี่ยน Router ใหม่หรือไม่ ถ้าเน็ตหลุดบ่อย?</h3>
<p>ควรพิจารณาเปลี่ยนหาก Router ที่ใช้อยู่มีอายุการใช้งานหลายปี (เกิน 3-4 ปี) หรือเป็นรุ่นเก่าที่ไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น WiFi 6 และไม่สามารถรองรับความเร็วของแพ็กเกจปัจจุบันได้เต็มที่ แต่ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยน ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากปัจจัยอื่นตามที่แนะนำในบทความ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.trueonline.in.th/how-to-check-and-fix-frequent-true-home-internet-disconnection/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
