วิธีตั้งค่าเน็ตบ้านทรู ให้เหมาะกับเล่นเกมออนไลน์

How to set up true home internet for online gaming featured 16x9 1

สำหรับคอเกมออนไลน์ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและเสถียรคือหัวใจสำคัญสู่ชัยชนะ แต่แค่ความเร็วสูงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะค่า Ping ที่ต่ำและนิ่งต่างหากคือตัวตัดสินผลแพ้ชนะ บทความนี้จะมาแนะนำวิธีตั้งค่าเน็ตบ้านทรูแบบเจาะลึกทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณได้เปรียบในทุกสนามรบออนไลน์

สรุปเรื่องสำคัญสั้นๆ

  • ใช้สาย LAN เสมอ: การเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดค่า Ping และเพิ่มความเสถียรให้สูงสุด ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
  • เลือก WiFi 5 GHz: หากจำเป็นต้องใช้ WiFi ให้เชื่อมต่อกับคลื่นความถี่ 5 GHz ซึ่งมีช่องสัญญาณกว้างกว่าและถูกรบกวนน้อยกว่า 2.4 GHz
  • ตั้งค่า QoS (Quality of Service): เข้าไปตั้งค่าใน Router เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้อุปกรณ์เล่นเกม (PC หรือ Console) ได้รับแบนด์วิดท์ก่อนอุปกรณ์อื่น
  • ปิดโปรแกรมเบื้องหลัง: ก่อนเล่นเกม ควรปิดโปรแกรมดาวน์โหลด, อัปเดต Windows, หรือบริการสตรีมมิ่งที่อาจดึงความเร็วเน็ต
  • เลือกเซิร์ฟเวอร์เกมที่ใกล้ที่สุด: การเลือกเซิร์ฟเวอร์เกมที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคใกล้เคียง (เช่น สิงคโปร์) จะช่วยลดค่า Ping ได้อย่างมาก

ทำไม Ping ถึงสำคัญกว่าความเร็วเน็ตสำหรับเกมเมอร์?

หลายคนมักเข้าใจผิดว่ายิ่งเน็ตเร็วเท่าไหร่ การเล่นเกมก็จะยิ่งลื่นไหลมากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ค่าที่สำคัญกว่าสำหรับเกมออนไลน์คือ ‘Ping’ หรือ ‘Latency’ ซึ่งหมายถึงเวลาที่ใช้ในการส่งข้อมูลจากเครื่องของเราไปยังเซิร์ฟเวอร์เกมและรับการตอบกลับ ยิ่งค่า Ping ต่ำ (หน่วยเป็นมิลลิวินาที หรือ ms) การตอบสนองในเกมก็จะยิ่งรวดเร็วและแม่นยำ

ลองนึกภาพตามง่ายๆ ความเร็วเน็ต (Bandwidth) เหมือนกับความกว้างของถนน ยิ่งถนนกว้าง รถก็ยิ่งวิ่งผ่านได้เยอะในเวลาเดียวกัน ส่วนค่า Ping เหมือนกับความเร็วที่รถวิ่งบนถนนนั้นและสภาพการจราจร ต่อให้ถนนกว้าง 10 เลน (เน็ต 1000 Mbps) แต่ถ้ารถติดหรือวิ่งได้ช้า (Ping สูง) ก็ไปถึงที่หมายช้าอยู่ดี ในทางกลับกัน ถนนแค่ 2 เลน (เน็ต 100 Mbps) แต่ถ้าโล่งและรถวิ่งเร็ว (Ping ต่ำ) ก็จะถึงที่หมายได้เร็วกว่า ดังนั้น สำหรับเกมที่ต้องการการตอบสนองแบบเรียลไทม์ ค่า Ping ที่ต่ำและนิ่งจึงสำคัญที่สุด

ขั้นตอนที่ 1: พื้นฐานที่ต้องแน่น – การเชื่อมต่อทางกายภาพ

ก่อนจะไปถึงการตั้งค่าซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน เราต้องเริ่มจากพื้นฐานการเชื่อมต่อทางกายภาพให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมองข้ามไปแต่ส่งผลกระทบมากที่สุด

การเชื่อมต่อผ่านสาย LAN: ตัวเลือกที่ดีที่สุด

นี่คือกฎเหล็กข้อแรกสำหรับเกมเมอร์ทุกคน: ถ้าทำได้ ให้ต่อสาย LAN เสมอ การเชื่อมต่อผ่านสาย Ethernet (LAN) จาก Router มายังคอมพิวเตอร์หรือเครื่องคอนโซลโดยตรง จะให้การเชื่อมต่อที่เสถียรที่สุด ลดโอกาสเกิดสัญญาณรบกวน และให้ค่า Ping ที่ต่ำกว่าการใช้ WiFi อย่างเห็นได้ชัด ควรเลือกใช้สาย LAN คุณภาพดีอย่างน้อยมาตรฐาน CAT5e หรือ CAT6 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ถ้าจำเป็นต้องใช้ WiFi: เลือกคลื่น 5 GHz เท่านั้น

ในกรณีที่ไม่สามารถลากสาย LAN ได้จริงๆ การใช้ WiFi ก็ยังเป็นทางเลือกที่ยอมรับได้ แต่ต้องเลือกให้ถูกคลื่นความถี่ Router ของทรูในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นแบบ Dual-band ซึ่งปล่อยสัญญาณ 2 คลื่นความถี่คือ 2.4 GHz และ 5 GHz สำหรับการเล่นเกม คุณควรเชื่อมต่อกับคลื่น 5 GHz เสมอ

เปรียบเทียบคลื่น WiFi 2.4 GHz vs 5 GHz สำหรับเล่นเกม

  • 2.4 GHz: สัญญาณไปได้ไกลและทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า แต่มีช่องสัญญาณน้อยและถูกรบกวนได้ง่ายจากอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ไมโครเวฟ โทรศัพท์ไร้สาย ทำให้ Ping ไม่นิ่งและเกิดอาการกระตุกได้ง่าย
  • 5 GHz: สัญญาณไปได้ไม่ไกลเท่าและทะลุสิ่งกีดขวางได้แย่กว่า แต่มีช่องสัญญาณที่กว้างกว่ามาก ถูกรบกวนน้อยกว่า และให้ความเร็วสูงสุดที่สูงกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการ Ping ต่ำและนิ่ง โดยมีข้อแม้ว่าอุปกรณ์เล่นเกมของคุณต้องอยู่ไม่ไกลจาก Router มากนัก

ขั้นตอนที่ 2: เจาะลึกการตั้งค่า Router ทรูเพื่อลด Ping

เมื่อการเชื่อมต่อทางกายภาพสมบูรณ์แล้ว ขั้นต่อไปคือการเข้าไปปรับแต่งการตั้งค่าภายใน Router เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดออกมา การตั้งค่าเหล่านี้อาจดูซับซ้อน แต่ถ้าทำตามขั้นตอนก็จะช่วยให้ประสบการณ์การเล่นเกมดีขึ้นมาก สำหรับรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีตั้งค่า Router ทรู สามารถอ่านเพิ่มเติมได้

การเปิดใช้งาน Quality of Service (QoS)

QoS หรือ Quality of Service คือฟีเจอร์เด็ดใน Router ที่เปรียบเสมือน ‘ช่องทางด่วน’ สำหรับข้อมูลสำคัญ โดยเราสามารถตั้งค่าให้ Router จัดลำดับความสำคัญของข้อมูลจากเกมออนไลน์ให้สูงกว่าข้อมูลประเภทอื่น เช่น การดูวิดีโอ หรือการท่องเว็บของคนอื่นในบ้าน วิธีนี้จะช่วยให้ค่า Ping ของเรานิ่งและต่ำอยู่เสมอ แม้จะมีคนใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมกันหลายคน

วิธีการตั้งค่าเบื้องต้นคือ:

  1. เข้าสู่หน้าตั้งค่า Router โดยพิมพ์ 192.168.1.1 ในเบราว์เซอร์
  2. ล็อกอินด้วย Username และ Password ที่อยู่ด้านหลัง Router
  3. มองหาเมนูที่ชื่อว่า QoS, Traffic Management หรือ Gaming
  4. เปิดใช้งานฟีเจอร์ QoS และเพิ่มอุปกรณ์เล่นเกมของคุณ (PC, PlayStation, Xbox) เข้าไปใน Priority List โดยอาจระบุผ่าน MAC Address หรือ IP Address

การเลือกช่องสัญญาณ (Channel) WiFi ที่ดีที่สุด

สำหรับคนที่ใช้ WiFi คลื่น 5 GHz การเลือกช่องสัญญาณ (Channel) ที่ว่างที่สุดจะช่วยลดการชนกันของสัญญาณกับเพื่อนบ้านได้ คุณสามารถใช้แอปพลิเคชันประเภท ‘WiFi Analyzer’ บนสมาร์ทโฟนเพื่อสแกนหาช่องสัญญาณที่ถูกใช้งานน้อยที่สุดในบริเวณบ้านของคุณ จากนั้นจึงเข้าไปตั้งค่าในหน้า Admin ของ Router เพื่อเปลี่ยนไปใช้ช่องสัญญาณนั้น

การตั้งค่า DNS ที่เร็วขึ้น

DNS (Domain Name System) คือระบบที่ทำหน้าที่แปลงชื่อเว็บไซต์เป็น IP Address การเปลี่ยนไปใช้ DNS Server สาธารณะที่รวดเร็วและเสถียรกว่าของผู้ให้บริการ อาจช่วยลดเวลาในการเชื่อมต่อเข้าสู่เกมหรือโหลดข้อมูลบางส่วนได้เล็กน้อย แม้จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อค่า Ping ระหว่างเล่น แต่ก็เป็นอีกหนึ่งการปรับแต่งที่ทำได้ง่ายๆ

DNS ที่นิยมใช้กัน ได้แก่:

  • Google DNS: 8.8.8.8 และ 8.8.4.4
  • Cloudflare DNS: 1.1.1.1 และ 1.0.0.1

คุณสามารถเปลี่ยนค่า DNS ได้ทั้งในหน้าตั้งค่า Router หรือตั้งค่าโดยตรงบน PC และเครื่องคอนโซลของคุณ

ขั้นตอนที่ 3: การปรับแต่งบนคอมพิวเตอร์และคอนโซล

นอกจากการตั้งค่าเครือข่ายแล้ว การจัดการทรัพยากรบนอุปกรณ์ที่คุณใช้เล่นเกมก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • ปิดโปรแกรมและอัปเดตเบื้องหลัง: ก่อนเริ่มเล่นเกม ควรตรวจสอบและปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด โดยเฉพาะโปรแกรมที่ใช้แบนด์วิดท์สูง เช่น โปรแกรม BitTorrent, บริการ Cloud Storage (Google Drive, OneDrive), บริการสตรีมมิ่ง (Netflix, YouTube) และที่สำคัญคือการอัปเดตอัตโนมัติของ Windows หรือเกมอื่นๆ
  • เลือก Server เกมที่ถูกต้อง: เกมออนไลน์ส่วนใหญ่อนุญาตให้ผู้เล่นเลือกภูมิภาคของเซิร์ฟเวอร์ได้ การเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด (เช่น SEA, Singapore, Hong Kong, Japan) จะช่วยลดระยะทางที่ข้อมูลต้องเดินทาง ทำให้ค่า Ping ต่ำลงอย่างมาก
  • อัปเดตไดรเวอร์ Network Card: สำหรับชาว PC การอัปเดตไดรเวอร์การ์ด LAN หรือ WiFi ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ จะช่วยแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพและความเข้ากันได้ที่อาจเกิดขึ้นได้

หากทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้วยังพบปัญหา เน็ตบ้านทรูช้า อาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม

สรุป: ปรับแต่งเน็ตบ้านทรูเพื่อประสบการณ์เล่นเกมที่ดีที่สุด

การตั้งค่าเน็ตบ้านทรูให้เหมาะกับการเล่นเกมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการตั้งค่าขั้นสูง การให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เป็นอันดับแรก ตามด้วยการเลือกใช้ WiFi 5 GHz และการตั้งค่า QoS ใน Router คือสามหัวใจหลักที่จะช่วยลดค่า Ping และเพิ่มความเสถียรได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวมกับการจัดการแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เล่นเกมของคุณแล้ว คุณก็พร้อมที่จะลงสนามและคว้าชัยชนะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต่อสาย LAN แล้วแต่ Ping ยังสูง เกิดจากอะไรได้บ้าง?

อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เซิร์ฟเวอร์เกมที่คุณเลือกเล่นอยู่ไกลเกินไป (เช่น อเมริกา, ยุโรป), อาจมีปัญหาชั่วคราวที่ชุมสายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, มีคนในบ้านกำลังใช้งานอินเทอร์เน็ตหนักหน่วง (เช่น อัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่) หรืออาจเป็นปัญหาจากตัวเกมเอง

QoS คืออะไร และจำเป็นต้องตั้งค่าทุกคนไหม?

QoS (Quality of Service) คือฟีเจอร์จัดลำดับความสำคัญของการใช้งานอินเทอร์เน็ต เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีผู้ใช้งานหลายคนและหลายอุปกรณ์พร้อมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการเล่นเกมของคุณจะไม่ถูกรบกวน หากคุณใช้งานอินเทอร์เน็ตคนเดียว การตั้งค่านี้อาจไม่เห็นผลแตกต่างมากนัก

เปลี่ยน DNS ช่วยลด Ping ในเกมได้จริงหรือ?

การเปลี่ยน DNS โดยตรงไม่ได้ช่วยลดค่า Ping ขณะกำลังเล่นเกม (In-game Latency) แต่จะช่วยให้การเชื่อมต่อครั้งแรก (Initial Connection) และการโหลดข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับชื่อโดเมนเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประสบการณ์โดยรวมดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหา Ping สูงโดยตรง

แพ็กเกจเน็ตบ้านทรูความเร็วเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับการเล่นเกม?

เกมออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้แบนด์วิดท์ (ความเร็ว) ไม่มากนัก แพ็กเกจเริ่มต้น 300/300 Mbps หรือ 500/500 Mbps ก็เพียงพอสำหรับการเล่นเกมอย่างสบายๆ แต่หากในบ้านมีคนใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมกันหลายคน หรือคุณต้องการสตรีมเกมไปด้วย ควรเลือกแพ็กเกจที่มีความเร็วสูงขึ้น เช่น 1000/500 Mbps เพื่อให้มีแบนด์วิดท์เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม