การติดตั้งเน็ตบ้านใหม่แล้วพบว่าความเร็วไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ แต่ปัญหาส่วนใหญ่มักมีสาเหตุที่ไม่ซับซ้อน บทความนี้จะนำเสนอวิธีแก้เน็ตบ้านทรูช้าอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองก่อนติดต่อช่างเทคนิค
สรุปเรื่องสำคัญสั้นๆ
- การรีสตาร์ท Router เป็นวิธีแรกที่ง่ายและได้ผลที่สุดในการแก้ปัญหาชั่วคราว
- ทดสอบความเร็วผ่านสาย LAN จะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าการทดสอบผ่าน Wi-Fi
- ตำแหน่งการวาง Router มีผลอย่างมากต่อความแรงและความเสถียรของสัญญาณ Wi-Fi
- สัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ และจำนวนผู้ใช้งานพร้อมกันคือสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เน็ตช้า
- หากตรวจสอบทุกอย่างแล้วยังช้าผิดปกติ การติดต่อ True Support คือขั้นตอนสุดท้ายที่ควรทำ
ขั้นตอนแรก: ตรวจสอบพื้นฐานก่อนลงลึก
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนที่ซับซ้อน ลองเริ่มต้นจากการตรวจสอบสิ่งพื้นฐานที่สุด ซึ่งมักเป็นสาเหตุของปัญหาที่หลายคนมองข้ามไป การตรวจสอบเหล่านี้ใช้เวลาไม่นานและอาจแก้ปัญหาให้คุณได้ทันที
1. เช็กสถานะไฟบน Router
ไฟสถานะบนอุปกรณ์ Router คือสิ่งแรกที่บอกได้ว่าการเชื่อมต่อของคุณปกติหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว Router ของทรูจะมีไฟหลักๆ ที่ต้องสังเกตดังนี้:
- Power: ต้องติดค้างเป็นสีเขียว แสดงว่ามีไฟเข้าเครื่องปกติ
- PON / LOS / Fiber: ไฟ PON ควรติดค้างเป็นสีเขียว แสดงว่าสัญญาณไฟเบอร์ออปติกเชื่อมต่อสำเร็จ หากไฟนี้กะพริบหรือเป็นสีแดง (LOS) แสดงว่าอาจมีปัญหาสายสัญญาณจากภายนอก
- Internet: ควรติดค้างหรือกะพริบเป็นสีเขียว แสดงว่า Router ได้รับ IP Address และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว หากไฟนี้ไม่ติดหรือเป็นสีแดง อาจมีปัญหาที่ระบบของผู้ให้บริการ
- Wi-Fi / WLAN: ไฟควรกะพริบเพื่อแสดงว่ามีการรับส่งข้อมูลผ่านสัญญาณไร้สาย
2. ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายสัญญาณ
บางครั้งปัญหาก็เกิดจากเรื่องง่ายๆ อย่างสายหลวม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายทุกเส้นเสียบแน่นดีแล้ว ทั้งสายไฟ (Power Adapter), สายไฟเบอร์ออปติกเส้นเล็กๆ ที่เข้าเครื่อง และสาย LAN ที่ต่อไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ
3. ปิด-เปิด Router ใหม่ (Reboot)
วิธีคลาสสิกที่ได้ผลเสมอคือการ ‘Reboot’ อุปกรณ์ การปิด Router ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาทีแล้วค่อยเปิดใหม่ จะช่วยล้างหน่วยความจำชั่วคราว (Cache) ที่อาจเกิดข้อผิดพลาดสะสม และทำให้ Router เริ่มต้นการเชื่อมต่อกับระบบใหม่อีกครั้ง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเน็ตช้าหรือหลุดบ่อยได้ในหลายกรณี
วิเคราะห์ความเร็ว: Test Speed อย่างไรให้ได้ผลแม่นยำ
เมื่อตรวจสอบอุปกรณ์เบื้องต้นแล้วยังพบว่าเน็ตช้า ขั้นตอนต่อไปคือการทดสอบความเร็ว (Speed Test) เพื่อดูว่าความเร็วที่ได้รับจริงนั้นต่ำกว่าแพ็กเกจที่สมัครไว้อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ แต่การทดสอบก็ต้องทำอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ผลที่น่าเชื่อถือ
ข้อควรรู้ก่อน Test Speed
- ปิดโปรแกรมอื่น: ปิดแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมที่ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด เช่น โปรแกรมดาวน์โหลด, การสตรีมวิดีโอ หรือการอัปเดตระบบ
- ทดสอบทีละเครื่อง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียวที่กำลังทดสอบความเร็วในขณะนั้น
- เลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้: เว็บไซต์ทดสอบความเร็วมักให้เลือกเซิร์ฟเวอร์ ควรเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในประเทศไทยและใกล้ตำแหน่งของคุณมากที่สุด
ทดสอบผ่านสาย LAN คือมาตรฐาน
การทดสอบความเร็วผ่าน Wi-Fi อาจได้ค่าที่ไม่แม่นยำ เพราะมีปัจจัยรบกวนเยอะมาก วิธีที่ดีที่สุดคือการนำคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กมาต่อสาย LAN เข้ากับ Router โดยตรง แล้วทำการทดสอบ วิธีนี้จะเป็นการวัดความเร็วที่ส่งตรงมาจากผู้ให้บริการจริงๆ หากความเร็วที่ได้จากสาย LAN ใกล้เคียงกับแพ็กเกจ แต่ความเร็วผ่าน Wi-Fi ช้ามาก แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ระบบ Wi-Fi ภายในบ้าน ไม่ใช่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตหลัก
ปัญหาจาก Wi-Fi: สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เน็ตช้า
หลังจากติดตั้งใหม่ หลายครั้งที่ปัญหาเน็ตช้าไม่ได้มาจากสัญญาณของทรู แต่มาจากสภาพแวดล้อมภายในบ้านของเราเอง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพของสัญญาณ Wi-Fi
ตำแหน่งการวาง Router
นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมสามารถลดทอนสัญญาณ Wi-Fi ได้มากกว่า 50% ควรหลีกเลี่ยงการวาง Router ในบริเวณต่อไปนี้:
- ในตู้หรือลิ้นชัก: สิ่งกีดขวางเหล่านี้จะบดบังสัญญาณอย่างรุนแรง
- หลังทีวีหรือลำโพงขนาดใหญ่: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้สร้างสัญญาณรบกวนได้
- มุมอับของบ้าน: ทำให้การกระจายสัญญาณไม่ทั่วถึง
- วางบนพื้น: สัญญาณ Wi-Fi กระจายตัวในลักษณะคล้ายโดนัทคว่ำ การวางบนพื้นทำให้สัญญาณส่วนใหญ่จมลงดิน
ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือบริเวณกลางบ้าน บนที่สูงและเปิดโล่ง เช่น บนชั้นวางของหรือโต๊ะที่ไม่มีอะไรบดบัง
สัญญาณรบกวน (Interference)
สัญญาณ Wi-Fi ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (2.4 GHz และ 5 GHz) ซึ่งเป็นคลื่นสาธารณะที่อุปกรณ์อื่นก็ใช้เช่นกัน อุปกรณ์ที่มักสร้างสัญญาณรบกวนได้แก่ เตาไมโครเวฟ, โทรศัพท์บ้านไร้สาย, อุปกรณ์ Bluetooth และแม้แต่ Router ของเพื่อนบ้าน การลองเปลี่ยนช่องสัญญาณ (Channel) Wi-Fi ในหน้าตั้งค่า Router อาจช่วยลดปัญหานี้ได้
การเลือกใช้คลื่นความถี่ 2.4 GHz vs 5 GHz
Router รุ่นใหม่ๆ มักปล่อยสัญญาณ Wi-Fi สองชื่อ (SSID) ซึ่งลงท้ายด้วย 2.4G และ 5G ทั้งสองคลื่นมีความแตกต่างกันคือ:
- 2.4 GHz: ไปได้ไกลกว่า ทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า แต่ความเร็วต่ำกว่าและมีช่องสัญญาณรบกวนเยอะ
- 5 GHz: ความเร็วสูงกว่ามาก ช่องสัญญาณรบกวนน้อย แต่ระยะส่งสั้นกว่าและไม่ทะลุผนังหรือกำแพงได้ไม่ดีเท่า
คำแนะนำคือ หากอุปกรณ์ของคุณอยู่ใกล้ Router ให้เชื่อมต่อกับเครือข่าย 5 GHz เพื่อให้ได้ความเร็วสูงสุด แต่ถ้าอยู่ไกลหรือคนละชั้น ให้ใช้ 2.4 GHz เพื่อความเสถียร
ปัญหาจากอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน (Client-side)
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Router หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่อยู่ที่อุปกรณ์ของเราเอง คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอาจมีการ์ด Wi-Fi ที่ไม่รองรับความเร็วสูงๆ หรืออาจมีโปรแกรมบางอย่างทำงานเบื้องหลังและดึงแบนด์วิดท์ไปใช้ ลองทดสอบความเร็วกับอุปกรณ์หลายๆ เครื่องเพื่อเปรียบเทียบ หากพบว่าช้าแค่เครื่องเดียว ปัญหาก็น่าจะมาจากอุปกรณ์เครื่องนั้น
เมื่อไหร่ที่ควรติดต่อช่างเทคนิค True
หากคุณได้ลองทำตามขั้นตอนทั้งหมดข้างต้นแล้ว แต่ปัญหายังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าความเร็วที่ทดสอบผ่านสาย LAN ยังคงต่ำกว่าแพ็กเกจอย่างมาก (เช่น ต่ำกว่า 70% ของความเร็วแพ็กเกจ) ก็ถึงเวลาที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล
เตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้พร้อมก่อนติดต่อ Call Center 1242 หรือแจ้งปัญหาผ่านแอป True iService:
- ผลการทดสอบความเร็วผ่านสาย LAN
- อาการที่พบ (เช่น ช้าตลอดเวลา, ช้าเป็นบางช่วง, หลุดบ่อย)
- ไฟสถานะบน Router เป็นสีอะไร
- ขั้นตอนที่คุณได้ลองแก้ไขไปแล้ว
การให้ข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถวินิจฉัยปัญหาและส่งช่างเทคนิคเข้ามาแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น การเข้าใจสาเหตุของปัญหาเน็ตช้าหลังติดตั้งใหม่จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ติดเน็ตใหม่ๆ ทำไมความเร็วยังไม่เต็มสปีด?
อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระบบอาจกำลังปรับค่าการเชื่อมต่อให้เสถียร, ตำแหน่ง Router ไม่เหมาะสม หรือมีสัญญาณรบกวน แนะนำให้ลองทดสอบความเร็วผ่านสาย LAN ก่อนเพื่อตัดปัจจัยเรื่อง Wi-Fi ออกไป หากผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วยังช้าอยู่ ให้ลองทำตามขั้นตอนในบทความนี้
สัญญาณ Wi-Fi เต็ม แต่ทำไมเน็ตยังช้า?
ความแรงของสัญญาณ Wi-Fi (ขีดสัญญาณ) บอกถึงคุณภาพการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับ Router เท่านั้น ไม่ได้บอกถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่วิ่งมาจากข้างนอก ปัญหาอาจเกิดจากความแออัดของช่องสัญญาณ, มีอุปกรณ์เชื่อมต่อมากเกินไป หรือปัญหาจากตัวสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลักเอง
การย้ายตำแหน่ง Router ต้องทำอย่างไร?
การขยับเล็กน้อยในห้องเดียวกันสามารถทำได้ แต่ต้องระวังอย่าให้สายไฟเบอร์ออปติกหักงอ หากต้องการย้ายไปห้องอื่นหรือตำแหน่งที่ไกลจากจุดติดตั้งเดิมมาก แนะนำให้ติดต่อช่างเทคนิคของทรูมาดำเนินการให้ เพราะอาจต้องมีการเดินสายใหม่เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและรักษคุณภาพสัญญาณไว้
จำเป็นต้องซื้อ Router ใหม่ที่ดีกว่าของทรูหรือไม่?
โดยทั่วไป Router ที่ทรูให้มานั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนส่วนใหญ่ การซื้อ Router เองอาจได้ฟังก์ชันเสริมสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง (เช่น เกมเมอร์, บ้านอัจฉริยะ) แต่จะไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นทางได้หากสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาในบ้านช้าอยู่แล้ว ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อนพิจารณาอัปเกรดอุปกรณ์
